Summer White Love :: CHAPTER 1

posted on 27 Apr 2012 09:41 by hr-bigbang  in Bigbang, Fiction

Summer White Love : CHAPTER 1

:::

 

รักแรก รัก “บริสุทธิ์”

 

แสงแดดอบอุ่นส่องสาดรำไรผ่านช่องหน้าต่างที่แง้มรับลมยามเช้า ผ้าม่านสีนวลพลิ้วไหวตามสายลมเหมือนดั่งสาวสวยแรกแย้มเริงระบำท่ามกลางสายลมเย็น เสียงบีตท์ที่หนักหน่วงเลื่อนท่วงทำนองไปข้างหน้า ก่อนที่จะหยุดชะงักแล้วพร่ำพรมเหมือนหยดฝน เสียงกีต้าร์เลื่อนเล่นช้าๆเป็นจังหวะของชาวตะวันตก เสียงที่เขาหลงรัก

 

แต่เขาไม่มีบุคคลที่ทำให้ตกหลุมรัก..

 

ดวงตาคมกระพริบปริบๆอย่างเชื่องช้าเพื่อปรับสายตาสู่แสงอรุณ ค่ำคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงแค่เขาหลับตาจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา ไม่มีความฝันที่ชัดเจน มีเพียงแค่มืออบอุ่นหนึ่งคู่ที่ตระกองกอดเขาเอาไว้ ฤดูร้อนกายร้อน ใจยังคงว่างเปล่าเหมือนเคย มือหนาเสยผมที่ปรกที่หน้าผากช้าๆอย่างใช้ความคิด

 

มีเพียงไม่กี่เรื่องที่เขาจะยกขึ้นมาคิดในยามเช้าเช่นนี้ อา..เขายังจำสัมผัสนั้นได้ กลิ่นหอมละมุนละไม มือที่นุ่มนวลเสียงที่กระซิบพร่ำบอก ถ้อยคำที่ฟังไม่เป็นภาษานั้น มันช่างไพเราะในความทรงจำเหลือเกิน

 

ซึงฮยอนลุกขึ้นจากที่นอน เขามักจะถูกอิจฉาในความเพียบพร้อมอยู่เสมอมา สังคมมักตีค่าว่าเขาเป็นคนที่อยู่สูงเกินไป ด้วยฐานะทางบ้านที่เข้าขั้นมหาเศรษฐี  ตระกูลของเจ้าของธุรกิจอันยิ่งใหญ่ แต่ใครจะล่วงรู้ใจเขา เด็กชายม.ปลายธรรมดา คนที่อยากจะธรรมดา ไม่อยากเกิดมาพิเศษ เพราะว่าในความพิเศษ มักมีข้อบกพร่องเสมอ

 

ใครกันเล่าจะชอบความบกพร่อง...

 

เสียงฝักบัวดังอย่างสม่ำเสมอ เย็นฉ่ำ รอยยิ้มผุดพรายขึ้นช้าๆ เขาไม่ค่อยชอบบ้านหลังนี้เสียสักเท่าไหร่ อาจเพราะว่าอยู่ห่างไกลผู้คนล่ะมั้ง ไม่รู้สินะ เขาเลือกที่จะออกจากโซลมาอยู่ที่นี่เอง กลับมาบ้านเกิดของพ่อ เขาอยากรู้ว่าผู้ชายที่ใครๆต่างมองว่าน่านับหน้าถือตาแบบนั้นจุดเริ่มต้นจะเป็นเช่นไร

 

เสื้อสูทของสถาบันที่เรียกได้ว่าติดอันดับ ทั้งๆที่อยู่นอกเมืองแบบนี้กำลังถูกสวมทับเสื้อผ้าฝ้ายโปร่งเบาช้าๆ วันนี้เป็นวันแรกที่เขาจะก้าวเข้าไปศึกษาที่โรงเรียนแห่งนั้นกลางภาคเรียน ด้วยเหตุผลที่เขาไม่ชอบสายตาที่ไม่จริงใจของคนในเมือง ออกมาอยู่ในที่แบบนี้ที่หลังบ้านมีไร่องุ่นสุดลูกหูลูกตาแบบนี้ สบายปอดโล่งใจกว่ากันเยอะ

 

 “ผมไปนะครับป้า” หญิงวัยกลางคนยื่นกล่องอาหารกลางวันและกระเป๋าหนังให้ รองเท้าหนังก้าวไปตามทาง อากาศยามเช้าของนอกเมืองเป็นแบบนี้เองสินะ

 

แม่บ้านวัยกลางคนลับสายตาไปแล้วเมื่อซึงฮยอนหันหลังกลับมามอง เขาได้เพียงแต่ฉีกยิ้มบางๆ ตอนนี้เขากำลังจะได้เป็นตัวของตัวเอง สายตาที่คอยมองสอดส่องยุ่งวุ่นวายก็คงจะหมดไป แค่คิดก็รู้สึกดีแล้ว ขายาวก้าวไปตามทางเดินตามคันนา ลัดเลาะไปเรื่อยเปื่อย วันนี้เขาตื่นเช้า ไม่จำเป็นต้องรีบมากมาย ผ่านตลาดที่มีของแปลกตาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน และการที่เราจะยิ้มทักทายคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน เป็นเรื่องที่ไม่เคยชินเลยเสียจริง

 

สงสัยวันหลังเขาคงต้องไปแนะนำตัวกับเพื่อนบ้านที่อยู่ห่างๆมั่งดีกว่า

 

ร่วมชั่วโมงที่เขาดื่มด่ำกับเส้นทางรอบข้างมาโรงเรียน เอ..ถ้าสังเกตแล้วนั้นโรงเรียนนี้ก็ใหญ่โตใช้ได้เลยทีเดียว นักเรียนก็เยอะน่าดู บ้างก็เดินมา จักรยานมามั่ง ไม่เห็นเหมือนโรงเรียนเก่าของเขาเลยที่ถอยรถยี่ห้อมาขับอวดเบ่งกันอย่างว่าเล่น ใช้เงินอย่างกะกระดาษ

 

 “เฮ้! นายช่วยยกนี่หน่อยดิ” พลันความคิดของเขาก็สะดุดกึก มือบางของใครบางคนดึงรั้งชายเสื้อของเขาเอาไว้ ของรุงรังที่หมอนี่แบกมาคืออะไรกันเนี่ย เขายกลังในมือของชายร่างสูงเปรียวมาถือเอาไว้รวมกับของในมือเขา มือบางเลื่อนแว่นสายตาขึ้นกับดั้งช้าๆ

 

 “โหยยย! หล่อชะมัดเลย จบไปเป็นดาราเลยเหอะ”

 “ห่ะ???” ซึงฮยอนได้แต่เพียงแค่อ้ำอึ้ง เขาก็พอจะรู้ตัวมั่งว่าไม่ใช่คนขี้เหร่ แต่เล่นชมกันโต้งๆแบบนี้ก็ทำเอาอึ้งไปเหมือนกันแฮะ หมอนี่หน้าขาวอมชมพู ปากแดงๆกำลังหอบหน่อยๆ อืมม มองไกลๆนี่คงคิดว่าเป็นผู้หญิงไปแล้วแหล่ะ

 

 “ก็จริงอ่ะ ป่ะไปกันเหอะ” ไป???

 

  “ไปไหนล่ะ”

 

 “เออ..นั่นสิ ไปไหนกันล่ะ ฮ่าๆ” เสียงหัวเราะสดใสเปล่งออกมา หน้าซับสีแดงเรื่อๆ อะไรของเขานะคนเนี้ย

 

 “เดี๋ยวชั้นช่วยถือให้ละกัน จะไปทีไหนล่ะ”

 

 ร่างสูงเปรียวนั้นไม่ตอบเพียงแค่ยิ้มแล้วเดินนำหน้าเขาไป ซึงฮยอนได้เพียงแค่อึ้งแบบงงๆ ตามไปช้าๆ ห้องที่เขาเดินตามมาเป็นห้องที่คงจะเป็นห้องเรียนศิลปะเพราะว่ามีรูปภาพเต็มไปหมดเลย

 

 “เอาวางไว้ตรงนั้นแหล่ะนะ ขอบใจมาก” รอยยิ้มสดใสถูกส่งกลับมา มันทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะส่งยิ้มกลับไป รอยยิ้มมักผูกมิตรเป็นอย่างแรกสินะ

 

ซึงฮยอนเดินออกจากห้องเรียนศิลปะนั้น เดินมองไปรอบๆโรงเรียนนี้ เขาไม่ได้เข้ามาถึงตรงนี้ตอนที่มาครั้งแรก เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกล่ะมั้งจึงทำให้เราไม่นึกไหวหวั่นหวาดกลัว

 

เสียงกริ่งบอกเวลาเข้าเรียน ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่หน้าชั้นเรียนสายตาแต่ละคนมองมาที่เขา ไม่มีใครที่นี่ที่รู้จัก ชเว ซึงฮยอนหรอก เขาได้เพียงแค่ส่งยิ้มบางๆ เพื่อนผู้ชายดูไม่ชอบเขาเสียเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะอย่างที่หมอนั่นบอกเขาก็ได้ ว่าเขาน่ะหล่อ... น่าขำที่คนเราจะถูกคนตัดสินตั้งแต่ภายนอก

 

 “ซึงฮยอน เธอไปนั่งข้างหลังสุดก็แล้วกันนะ หวังว่าเธอคงไม่ขัดข้องใช่ไหม” ท่าทีที่นอบน้อมของอาจารย์ทำให้เขานึกไม่ชอบใจ ไม่แน่ว่าอาจารย์อาจจะรู้ว่าเขาเป็นใคร อา... อยากไปให้ไกลมากกว่านี้ ไปในที่ๆไม่มีใครรู้จัก

 

อาจารย์เข้าสอนวิชาแรกเป็นวิชาประวัติศาสตร์ เขาไม่ค่อยสนใจเสียเท่าไหร่นัก ตาคมเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าในฤดูร้อนช่างแจ่มใสเสียจริง บางครั้งเขาอยากคิดที่จะเป็นนก โบยบินไปตามที่ต่างๆ ไม่มีแบ่งแยก บินรวมๆกัน หรืออาจจะบางทีที่บินไปเป็นคู่

 

อาการของคนตกหลุมรักเป็นเช่นไรกันนะ..?

 

ซึงฮยอนมีความฝัน ความฝันของเขาคือการเดินไปในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก หรือเราไม่จำเป็นต้องรู้จักคนมากมายหลายหน้าตา สังคมที่ใส่หน้ากากเข้าหากัน มันเหมือนมีแต่ความลวงหลอก ที่แห่งนั้นจะมีอยู่จริงบ้างไหม หรือมีเพียงแค่ในความฝัน

 

ลมบนดาดฟ้าเย็นอย่างไม่น่าเชื่อว่านี่คือฤดูร้อน ฤดูที่มีแต่ความสดใส สายตาเหลือบไปเห็นจุดเล็กๆบนสนามหญ้าเป็นคนที่กำลังเงอะงะทำอะไรบางอย่างอยู่ อ้อ! เข้าไปทักทายเสียหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

 

ขายาวพาเขาก้าวลงมาสู่เบื้องล่างอย่างรวดเร็วคนเมื่อเช้าที่เข้ามาแล้วก็เดินจากไป รอยยิ้มใสๆนั้นเขายังจำได้ ก็เลยอยากเห็นอีกสักครั้งหนึ่ง การที่ใครจะยิ้มหลอกลวงได้นั้นมันไม่ง่ายเลย นอกเสียจากว่าเขาผู้นั้นจะเป็นนักต้มตุ๋นมืออาชีพ

 

 “นายกำลังหาอะไรอยู่น่ะ” ร่างนั้นสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาอย่างเงอะงะ

 

 “ชั้นทำแว่นตกหายที่ไหนก็ไม่รู้”

 

 ของสำคัญขึ้นชื่อว่าสำคัญ อย่างไรเสียก็คงสำคัญ

 

 “เดี๋ยวชั้นช่วยหาก็แล้วกันนะ”

 

“อย่าเลยๆ นายไปเรียนเหอะเรื่องแค่นี้เองชั้นหาได้” พูดแล้วหันหน้าไปอีกทาง นายกำลังพูดกับชั้นจริงๆรึเปล่าเนี่ย

 

 “เอาน่า”

 

ซึงฮยอนเดินไปกลางสนามที่จริงเขาเห็นแสงวิบๆตั้งแต่มันอยู่ข้างบนนั้นแล้วล่ะ ทำยังไงให้แว่นหลุดมาได้ตลกชะมัด มือหนาคว้าแว่นที่ตกอยู่มาถือไว้ ตีลังกาเดินรึไงกันถึงทำหล่นได้

 

 “อ่ะ..” มือหนายื่นไปคว้ามือบางมารวบไว้ก่อนวางแว่นให้ อุ้งมือที่อบอุ่นถูกสัมผัสซึมซับช้าๆ แล่นริ้วไปถึง ‘หัวใจ’ ซึงฮยอนมองอย่างอึ้งๆก่อนที่จะปล่อยมือช้าๆ ก่อนที่จะมากุมที่ตำแหน่งอกข้างซ้ายตำแหน่งของหัวใจ มันกำลังเต้นเป็นจังหวะที่แรงขึ้นๆ

 

 “ขอบใจนะ” รอยยิ้มจริงใจเผยอ ออกช้าๆก่อนที่จะกลายเป็นคลี่ยิ้มกว้าง แดดร้อนกลางสนามไม่ทำให้เขาร้อนได้สักนิดเพียงต้องผิว แต่รอยยิ้มกลับทำให้อบอุ่นซ่านไปทั้งหัวใจ ความรู้สึกนี้เป็นอะไรกัน ที่รู้สึกอยู่นี้มันคืออะไร

 

ร่างสูงเพรียวนั้นลับสายตาไปแล้ว รู้ตัวอีกทีเขาก็เดินมาอยู่ที่ส่วนไหนของโรงเรียนก็ไม่สามารถทราบได้ มีแต่ต้นไม้เต็มไปหมด ตัวแทนของความสดชื่น นึกอะไรบางอย่างได้ เขาก็เดินกลับไปที่ห้องเรียนอย่างทุลักทุเล ถึงเขาจะเคยมาที่โรงเรียนนี้ครั้งนึงแล้ว แถมตอนนี้ก็เป็นนักเรียนของที่นี่เสียด้วย ก็ใช่ว่าเขาจะเชี่ยวชาญชำนาญเสียเมื่อไหร่กัน เมื่อถึงห้องเรียนแล้วก็คว้ากระเป๋าเดินออกมา อา..กลายเป็นเด็กเกเรไปแล้วเหรอเนี่ย ซึงฮยอนได้เพียงแต่ส่ายหัวให้กับตัวเองอย่างขำๆ ขอกลับไปทำสิ่งที่อยากทำดีกว่า

 

ซึงฮยอนพับเสื้อผ้าฝ้ายขึ้นมาครึ่งแขน สูทตัวนอกถูกโยนทิ้งรวมกับกระเป๋าหนังอยู่ตรงพุ่มไม้ใกล้ๆ ขากางเกงถูก่าพับขึ้นสูงเหนือเข่า ขาก้าวลงไปในแม่น้ำช้าๆ ความรู้สึกเบาหวิวจริงๆเลย เขารักน้ำ รักสายน้ำ ร่างสูงแหวกว่ายในแม่น้ำกว้าง อิสรเสรีพลิ้วไหว ไม่ต้องรับรู้อะไรชั่วคราว อยากหายไปจากตรงนี้นานๆ

 

แดดยามบ่ายร้อนเปรี้ยงแต่ร่างๆหนึ่งก็แหวกว่ายน้ำอย่างไม่ลดละ ดำดิ่งลงสู่ก้นแม้น้ำก่อนที่จะกลับขึ้นมาใหม่ อยู่อย่างนั้นจนดวงอาทิตย์เหนื่อยล้าไปเอง ลาลับอยู่หลังม่านเมฆ คอยแอบมองเด็กหนุ่มที่ว่ายน้ำอย่างไม่ลดละ เหมือนเขากำลังค้นหาอะไรจากที่นี่

 

 “เฮ้! นายน่ะ ว่ายน้ำอยู่นั่นตั้งนานแล้วนะ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก ขึ้นมาได้แล้วนะ” เสียงเรียกจากริมฝั่งทำให้ซึงฮยอนหยุดลอยคอกลางแม่น้ำแล้วหันไปมอง อ้าว! เจ้าแว่นยิ้มสวยคนนั้นนิ เอ๋?! ยิ้มสวย ?? เขาหัวเราะหึก่อนจะว่ายเข้าหาฝั่ง

 “นายตามชั้นมาเหรอ”

 

“เห..เปล่าซะหน่อยนิ ชั้นแค่เดินผ่านทางนี้จะกลับบ้านก็เจอนายดำผุดดำว่ายอยู่นั่นแหล่ะ เอ้อ! เค้าว่ากันว่าในแม่น้ำนี้มีปลิงด้วยนะ ระวังดีๆล่ะ” เมื่อจบประโยคร่างสูงก็ตะกุยขึ้นจากน้ำแทบไม่ทัน ทำเอาอีกคนหนึ่งอดขำไม่ได้ ก็หน้าตาของซึงฮยนนะเหรอหราอย่าบอกใครเชียวล่ะ

 

“เหวยยยยยยยย”

 

 “ฮ่าๆๆๆ นายนี่ตลกชะมัดเลย” เสียงหัวเราะใสๆทำให้เขารู้สึกใจเต้น แปลกนะแทนที่เขาจะโกรธคนตรงหน้านี้ แต่เขากลับรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เขาชอบใบหน้าของคนๆนี้เวลายิ้ม เวลาหัวเราะ ชอบ?

 

 “แล้วมันมีจริงรึเปล่าล่ะ ไอ้ปลิงที่ว่าน่ะ”

 

 “ไม่มีหรอก ชั้นล้อนายเล่นน่ะ โอ๊ย! นายมาเขกหัวชั้นทำไมเนี่ย”

 

 “โทษฐานทำให้ชั้นตกใจ” พูดพลางยิ้ม ซึงฮยอนเสยผมที่ปรกหน้าลมแม่น้ำพัดเข้าหาฝั่ง อา..กลิ่นอายของธรรมชาติ เขาคิดว่าเขาชักจะหลงรักที่นี่ขึ้นมาหน่อยๆซะแล้วสิ เสมองคนข้างๆก็กำลังซึมซับบรรยากาศดีๆรอบตัว ตาเรียวรีจ้องมองมาที่เขา รอยยิ้มผุดพรายขึ้นบนใบหน้า

 

 “ยังไม่รีบกลับบ้านอีกนะเดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่ของนายท่านจะเป็นห่วงเอาด้วยนะ” มือเรียวยกขึ้นมาลูบผมที่ไม่เป็นทรงของเขา หัวใจของซึงฮยอนเต้นไม่เป็นจังหวะ มันเต้นแรงๆถี่ๆ หายใจหายคอไม่ค่อยจะสะดวกมานัก มันเหมือนน้ำตาลในเลือดจะเหือดหายไป เขากำลังรู้สึกคอแห้ง...

 

 “เด็กน้อย คิคิ”

 

 “อืม...” เพียงเท่านั้นจริงๆที่เขาตอบกลับไปได้ มีเพียงคำๆนั้นจริงๆที่เขามารถเปล่งออกไปได้เท่านั้น

 

ร่างสองร่างเดินเคียงกันไปตามทางเดิน แสงสีส้มทอดผ่านลากเงาให้ยาวไปด้านหลัง ยาวไปไกลบิดเบือนจากความเป็นจริง ร่างสูงกว่าที่โชกน้ำไปทั้งตัวเดินมีรอยน้ำไปตามทาง สัมภาระของเขาทั้งหมดถูกร่างเพรียวข้างๆรวบถือเอาไว้ให้ มองดูเผินๆเหมือนคนรักที่เดินเคียงคู่กันซับแสงอาทิตย์

 

ความรักหน้าตาเป็นแบบไหน หน้าตาเป็นเช่นไร..ซึงฮยอนอยากรู้

 

เสียงดนตรีบางเบาเจือในอากาศ คลอเคล้าไปกับเสียงของหรีดหริ่งเรไร บรรยากาศแบบนี้ถ้ามีใครให้คิดถึงก็คงรู้สึกดีไม่น้อย แต่ตอนนี้เขายังไม่มีใครให้คิดถึง พลันใบหน้าของใครบางคนก็โผล่เข้ามาในความคิด ใบหน้าเปื้อนยิ้มเสียสีชมพูอ่อนๆของใครบางคน

 

ซึงฮยอนส่ายหัวกับความคิดนั้น อะไรของเขากันนะ เจอกันแค่เพียงไม่นานแต่เข้ามาปั่นป่วนในความคิดได้นี่ มีอิทธิพลร้ายลึกจริงๆ ไม่ๆส่ายหัวอีกครั้ง

 

ลมพัดเข้ามาทางหน้าต่างที่แง้มเอาไว้ แสงไฟลอดเข้ามาแทนที่ไฟในห้องที่ปิดไปนานแล้ว เขายังคงนอนไม่หลับทั้งๆที่ตอนนี้เป็นเวลาที่ผู้คนหลับใหลกันไปหมดแล้ว ซึงฮยอนลุกขึ้นนั่งบนเตียงกว้าง เขาเดินออกไปเปิดประตูระเบียงลมหน้าร้อนพัดกระทบผิวเบาๆ ตาคมเหม่อมองดูท้องฟ้าสีน้ำเงิน ที่ถูกแต้มด้วยดวงดาวสุกสว่างเหมือนอัญมณีเม็ดเล็กที่วางอยู่บนผ้ากำมะหยีสีน้ำเงินเข้ม

 

สดชื่น...

 

 “นายหลับดึกอย่างนี้ทุกวันเลยรึยังไง?” เสียงเพรียกบางเบาดังมาจากฝั่งตรงข้ามของบ้าน บ้านหลังนั้นที่เขาคิดจะไปทักทายเพื่อนบ้านในยามว่าง คนที่กำลังทำให้เขาว้าวุ่นใจส่งยิ้มมาให้ ร่างเพรียวที่ยืนแก้เสื้ออยู่ที่ระเบียงทำให้เขาใจเต้นแรง ทั้งๆที่คนๆนั้นก็เป็นผู้ชาย และมีทุกอย่างเหมือนกันกับเขา

 

 “อืม” ตอบไปได้เพียงเท่านั้น หากเขาสังเกตดีๆก็คงเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีทีท่าว่าตื่นมากลางดึกแต่เหมือนกันคนที่ยังไม่ได้นอนเสียมากกว่า

 

 “นายกำลังทำอะไรน่ะ” ระเบียงที่ตรงข้ามกันระหว่างบ้านที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกัน เหมือนสะพานที่ทอดยาวสื่อถึงกันและกัน ยาวออกไปไกล พร้อมรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ดังบทเพลงขับกล่อมยามหลับใหล ทำให้หลงใหล...

 

 “ชู่ว!! เบาๆหน่อยสิเดี๋ยวคนที่บ้านก็ตื่นกันหมดหรอก ฮ่าๆ ลงมาที่หน้าบ้านหน่อยสิ”

 

ขายาวก้าวเดินอย่างไม่รีรอ ไม่ได้ยั้งคิดอะไร ก้าวเดินออกไปตามคำบอกของใครบางคน ก้าวแล้วก้าวเล่า ผ่านห้องต่างๆลงมายังพื้นที่หน้าบ้าน ใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้ม ดังเช่นใครอีกคนที่ยืนอยู่ที่หน้าบ้านของฝั่งตรงข้าม

 

 “สวัสดียาม อืม...เอาไงดีล่ะ เกือบเช้าก็แล้วกันเนาะ ฮ่าๆ นายนอนดึกจังเลยน้า!” เสียงใสพูดจาไหลลื่น เขายังไม่เคยพบเจอใครที่เปิดเผยตัวตนของตัวเองขนาดนี้มาก่อนเลย ตาคมจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ

 

 “ไม่ได้นอนดึกหรอก แค่นอนไม่หลับต่างหากล่ะ” ลงมาข้างล่างแบบนี้ไม่หนาวบ้างรึไงนะ ถึงนี่จะเป็นหน้าร้อนกลางคืนก็ใช่ว่าจะไม่หนาวซะหน่อยนี่นา

 

 “นายไม่หนาวเหรอลงมาทั้งแบบนี้” เสียงทุ้มถามอ้อมแอ้ม

 

 “ก็ไม่ถึงกับหนาวหรอกนะ แต่ก็เย็นใช้ได้...เอ๋!?” เสื้อผ้าฝ้ายตัวบางถูกเลื่อนถอดอย่างช้าๆ ถึงมันจะไม่หนามากแต่ก็ใช่ว่าใส่แล้วจะไม่อบอุ่นเสียหน่อย มือหนายื่นเสื้อไปที่คนตัวบางช้าๆ ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกนะ ยิ่งเขาเห็นคนตรงหน้าใกล้ๆยิ่งรู้ว่าขาวมาก เนียนด้วยเสียจนน่าสัมผัส หืม?...น่าสัมผัส

 

 “เอ้อ..ขอบใจนะ” รอยยิ้มถูกระบายขึ้นบางเบาบนใบหน้า แจ่มมแจ้งเหมือนดังแสงที่เล็ดลอดลงมาในหลุมนี้ ซึงฮยอนกำลังดำดิ่งลงสู่ก้นหลุม ตะเกียกตะกายหรือว่าจงใจพร้อมยอมกระโดดลงหลุมเอง แบบไหนกัน ดำดิ่งจมลงมองไม่เห็นทางข้างหน้า ไม่เห็นแม้เพียงก้นหลุม

 

จุดสว่างบางเบาจากรอยยิ้ม จากคนกำลังตก..

จมดิ่ง...

 

                เขารู้ตัวเองแล้วแหล่ะ ซึงฮยอนยิ้มตอบอย่างแช่มช้า สว่างไสว

               

                เขากำลัง...ตกหลุมรัก

อย่างมองไม่เห็นทางออก

 

                “อืม..นี่ก็เช้าม๊ากมากแล้วนะ ชั้นว่าเราไปนอนกันดีกว่าเนอะ” มือเรียวยกขึ้นเสยผมไปด้านหลัง หน้าตาของคนตรงหน้าเวลามองจากมุมนี้ สายตาคมแทบจะละออกไปไม่ได้เลยทีเดียว

 

                 “ครับ”

 

                ถ้ามองไม่ผิดถึงแม้พวกเขาจะยืนกันอยู่ในมุมมืด แต่ใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อนั้นมันน่ามองเสียจน...

 

แย่แล้ว

 

ปากบางทาบลงที่หน้าผากมนอย่างแช่มช้า อ้อมอิ่งซึมซาบความอบอุ่นผ่านริมฝีปาก ตาเรียวเบิกโพลงในตอนแรกด้วยความตกใจก่อนที่จะหลับตาพริ้มซึมซับความอบอุ่นผ่านริมฝีปากบางร้อน หัวใจเต้นรัวเร็วเหมือนจะเต้นออกมาจากอก มันเต้นถี่สูบฉีดเลือดหล่อเลี้ยงใบหน้า จนร้อนผ่าว ริมฝีปากบางร้อนถอนออกไปช้าๆ ดวงตาคมจ้องมองด้วยแววตาอบอุ่น ตาเรียวเฉขึ้นสบเนิ่นนาน

 

 “คิส ราตรีสวัสดิ์ ฝันดีนะ”

 

 “อะ...เอ่อ อืม” รอยยิ้มแต่งแต้มบนริมฝีปากอีกครั้ง

 

 “ฝันดีนะ”

 

 “ครับ” ขายาวก้าวออกมาจากตำแหน่งที่ยืนช้าๆ ชายหนุ่มเดินเปลือยท่อนบนเข้าบ้าน เดินเรื่อยมาจนถึงห้องนอน พลางยิ้มไม่หุบ

 

ซึงฮยอนกำลังตกหลุมรัก...สินะ

 

ซุกตัวลงบนที่นอนอบอุ่น ความหวานหอมติดอยู่ที่ริมฝีปาก...นอนไม่หลับไปกันใหญ่

 

“นาย นาย..น า ย ”  เสียงตะโกนเล็กๆดังมาจากบ้านฝั่งตรงข้าม ทำให้เขาลุกจากที่นอนออกไปที่ระเบียงอีกครั้งหนึ่ง

 

“ว่าไง”

 

“ชั้นชื่อ ควอนจียง ยินดีที่ได้รู้จักนะ!” รอยยิ้มกว้างถูกส่งมาอีกครั้ง หืม...รอยยิ้ม บาดใจสินะ

 

รักแรกกว่าจะเริ่มแรกแย้มไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเลยหากเราตกหลุมรักใครสักคนหนึ่ง

ขอให้รักนำทาง


 

 

::: To Be Con"

 

จบไปแล้วเน้อกับตอนแรก ยังไงก็ติชมกันด้วยนะจ๊ะ

รึไปติดตามกันต่อได้ที่

 

[BIGBANG] story by Norrado

[BIGBANG] story by Norrado

รักคนอ่านทั้งมีตัวตนและเงา ฮี่ :D

ขอบคุณค่ะ